jacobs โพสต์ 2011-12-11 08:55:30

ขอความช่วยเหลือในการตัดสินใจหน่อยครับ

พอดีตอนนี้ตัดสินใจไม่ได้จริงๆเลย ระหว่าง เกียร์ MT กับ AT ใน XLT (ราคาดันมาต่างกันแค่ 20,000) เลยอยากรบกวนมิตรสหายร่วมอุดมการณ์หรือกูรู ด้านนี้วิเคาระห์ข้อดี ข้อเสีย ให้หน่อยครับ เช่น
1.สถานที่ผลิต มันกระทบถึงความเชื่อมั่นด้วยน่ะครับ
2.การดูแลรักษา/ซ่อมบำรุง
3.ระยะเวลาการใช้งาน (กับการใช้งานปรกติ/ดูแลรักษาตามระยะปกติ) อันไหนระยะเวลาใช้งานมากกว่า
4.กรณีผมการใช้งานอยู่ต่างจังหวัด เข้า กทม. บ้าง ไม่เน้นการบรรทุก
5.เกียร์ MT ประหยัดกว่า AT มากน้อยขนาดไหน
6.แล้วมีกระแสว่าเกียร์AT น่าจะราคาขึ้นอีก+กับคำให้การของผู้บริหารฟร์อด (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ที่ว่าอยากให้ผู้บริโภคได้ทดลองเกียร์ AT มีนัยยะอะไรหรือไม่ เพราะปกรติจะไม่ค่อยพบกับการตลาดที่ตั้งราคาเกียร์ ทีใกล้กันขนาดนี้ (ทั้งที่คุณสมบัติเกียร์ATของ T6 ก็ไม่ธรรมดาเลย)
7.ถ้ามีเหตุผลอื่น หรือคำแนะนำอื่น กรุณาแนะนำด้วยครับ
..เคยคิดมาตลอดว่า กระบะต้องเกียร์MT แต่แฟนจะเอา AT ไปลองที่ morter X มาทั้ง 2 ตัว แต่ก็ระยะสั่นๆบอกอะไรไม่ได้เลย (คงเพราะไม่ใช่กูรูด้านนี้ขับสั่นๆเลยจับอะไรไม่ค่อยได้)
อ้อ ปกติ ผมใช้ ranger xlt 4*4 ปี2000 (ตัวแรกๆเลย) เกียร์ธรรมดารู้สึกครัทส์ มีปัญหาที่ฟลายวิล (ไม่รู้ T6 จะเป็นไหม) อาจเป็นเพราะบุคลิกการขับของผมเองก็ได้ รถ 10 ปี เปลี่ยนครัทส์ไป 2 ครั้งๆละไม่กี่พันบาท (อันนี้รับได้) แล้วเคยขับ วีโก้ AT ไม่ประทับใจเลย น่าจะเป็นเพราะไม่ค่อยมีโอกาสขับ AT เลยไม่คุ้นมั้ง และเคยขับไททัน AT อันนี้รู้สึกดีขึ้น สะดวกสบายใช้ได้ แต่รู้สึกดคันเร่งนานนิดนึงกว่าจะมา..........รบกวนด้วยนะครับ....ขอบคุณมากๆครับ...

tigertak โพสต์ 2011-12-11 09:45:17

ผมตัดสินใจใช้ AT แล้วครับ ที่ตัดสินใจเลือกใช้ AT เพราะ
- วิ่งในเมือง (ต่างจังหวัด) ส่วนใหญ่
- อายุอานามก็เกือบย่างเลขสี่แล้ว กลัวปัญหาเรื่องขาเวลาเหยียบครัชท์
- เขาว่าความประหยัดมันไม่ต่างกับ MT ยิ่งเกียร์ตัวใหม่แบบ AT 6 จังหวะ ด้วย น่าจะสูสี
- เรื่องการซ่อมบำรุงหรือปัญหาอื่นๆ ที่จะตามมา อันนี้ไม่แน่ใจ แต่คิดว่า ford ก็น่าจะมีความน่าเชื่อถืออยู่พอดัว

mana_mono โพสต์ 2011-12-11 10:07:10

ผมไม่ใช่กูรูนะครับ ที่ผมเลือกฟอร์ดเพราะว่า....
1. สถานที่ผลิตก็ประเทศไทย วีโก้ก็ไทย ฮอนด้าก็ไทย ผมว่ามันกลายความเชื่อมั่นส่วนตัวครับว่าขอบรถตลาดหรือทางเลือกใหม่ครับ
2. การดูแลถ้าขับรถดีๆ ไม่กระชากเครื่องแบบตุ๊กๆหรือเร่งเครื่องแบบมอร์เตอร์ไซค์วิน เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะ เปิดฝากระโปรงบ่อยๆ เจอหลุมก็เบารถหรือหลบ การซ่อมบ่อยๆคงไม่มีครับ
3. ผมเลือกการดูแลเป็นหลักนะครับ เพราะถ้าใช้งานปกติแต่ไม่ดูเเลคงพังไว
4. ผมเลือกเกียร์ธรรมดาครับ เพราะเร่งได้ดั่งใจกว่ามั้งครับ แล้วแฟนผมก็ไม่ได้ขับด้วยสิ
5. คงต้องรอปลายมกราคมนะครับ
6. ฟอร์ดผมไม่ทราบ แต่มาสด้า3ไม่มีเกียร์ธรรมดาแล้วครับ คิดว่ามุ่งเน้นพัฒนาเกียร์ออโต้อย่างเดียวไม่เปลืองต้นทุนการวิจัยและพัฒนามั้งครับ ฟอร์ดเป็นญาติกันไม่แน่นะครับ แต่ติดตรงที่รถกระบะยังไงก็คงต้องมีเกียร์ธรรมดาหล่ะ
7. คือคุณจะเลือกเกียร์ธรรมดาหรือออโต้ ผมขอถามกลับว่าใครเป็นคนขับรถครับ แฟนชอบเกียร์ออโต้แต่ไม่ได้ขับก็ไม่มีประโยชน์กับแฟนคุณหรอกครับถ้าแฟนคุณและคุณเป็นคนขับทั้งคู่ เป็นผมก็คงต้องเลือกเกียร์ออโต้ครับ ไม่งั้นแฟนคุณบ่นไม่จบแน่ๆ

ดีไม่ดียังไงก็ขอโทษนะครับ ความเห็นล้วนๆ^^

piekati โพสต์ 2011-12-11 11:24:14

-เมื่อก่อนผมเลือก MT ครับ แต่เดี๋ยวนี้ขอ AT ครับ ไม่ไหวกับสภาพการจราจรในเมืองครับ และกับขาซ้ายของผมที่ต้องขยับข้อพับตลอดเวลา กลัวเข่าเสื่อม อิอิ   
-ส่วนความประหยัดผมว่าไม่ต่างกันมากครับ ก็แลกกันบ้างนิดหน่อยกับความสะดวกขับแล้วไม่เหนื่อยมาก อันนี้ในเมืองนะ
-การซ่อมบำรุงก็น่าจะขึ้นอยู่ว่าสภาพอายุการใช้งาน กับบางชิ้นส่วนครับ แต่ผมว่าถ้ารักเจ้าT6แล้วล่ะก็ยังไงก็พอยอมได้ครับ

X200Si โพสต์ 2011-12-11 11:40:04

ไม่เคยขับ AUTO ต้องไปลองขับก่อนว่า AUTO ที่สามารถเปลี่ยนเป็น + หรือ - ได้จะดึงเท่า MANUAL หรือไม่
หากต่างกันนิดเดียว จัดAUTO โลดครับ อนาคตการจราจรหนาเเน่นเเน่นอน

            

Tag_chumporn โพสต์ 2011-12-11 11:50:30

เมื่อก่อนผมคิดว่า MT แต่เมื่อได้ขับ AT ของ Fort ตัว 2500 แล้วติดใจเลยเอา AT

Tag_chumporn โพสต์ 2011-12-11 11:51:18

เมื่อก่อนผมคิดว่า MT แต่เมื่อได้ขับ AT ของ Fort ตัว 2500 แล้วติดใจเลยเอา AT

jay โพสต์ 2011-12-11 12:23:06

เลือก auto ครับพี่ จากประสบการณ์ใช้รถมา 10 ปีผมมีรถ 2 คัน มีทั้ง auto และ manual จะขับรถทีไรไม่ค่อยอยากจะหยิบกุญแจคัน manual เลย จะเอาแต่ auto ตลอดๆ สบายกว่าเยอะ

tomJPN โพสต์ 2011-12-11 13:50:05

คำตอบของผม คือmt   เหตุผลคือ
1. สูงสุดสู่สามัญหมายถึง ความคงทน เสถียรภาพ(เหมือนพวกระจกไฟฟ้าล่ะครับ)
2. การตอบสนอง ทันใจและสูญเสียกำลังเนื่องจากการส่งถ่ายต่ำกว่า
3. ความคล่องตัว เดินหน้า-ถอยหลัง   (ยกเว้นขับในเมือง mt ไม่เหมาะด้วยประการทั้งปวง)
4. ลดภาระของเครืื่อง 2.2TDCiเนื่องจากน้้ำหนักตัว   เพื่อให้ข้อ 2,3 ตอบสนองได้ดีขึ้น (ถ้าเครื่อง 3.2ก็ OK ครับ)รวมถึงผลอัตราการสิ้นเปลืองเพราะรถผมไม่ค่อยได้ใช้ทางไกลเท่าที่ควร
5. คันเกียร์สวยมากๆข้อนี้ไม่ใช่เหตุผลหลัก
6. ประหยัดงบ 20,000.-

แค่นี้ครับ

choub โพสต์ 2011-12-11 15:48:12

auto ครับแล้วท่านจะไม่เสียใจทีหลัง
หน้า: [1] 2 3
ดูในรูปแบบกติ: ขอความช่วยเหลือในการตัดสินใจหน่อยครับ